การสัมมนาการพัฒนาระบบบริหารแรงงานในองค์กร เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้าระหว่างกลุ่มประชาคมอาเซียน
|
การเปิดเขตการค้าเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียนจะเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2558 อันจะก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า ทั้งการผลิตและการส่งออก จากการปรับลดอัตราภาษีศุลกากรของประเทศสมาชิก การยกเลิกมาตรการที่มิใช่ภาษี การเคลื่อนย้ายสินค้า การบริการ และแรงงานฝีมืออย่างเสรี ภายใต้กรอบกฎเกณฑ์ กติกาที่ตกลงกัน อันนำไปสู่การเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีทักษะฝีมือมากขึ้น การพัฒนาระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการให้มีประสิทธิภาพ การรวมกลุ่มอาเซียนทำให้มีตลาดสินค้าที่ใหญ่ขึ้น การลงทุนจากประเทศในกลุ่มและนอกกลุ่มมากขึ้น เป็นผลให้มีการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น เพื่อการได้รับประโยชน์จากการเปิดเสรีดังกล่าว ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมในการพัฒนาบุคลากรด้านแรงงาน และระบบการจัดการ ที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน เพื่อรองรับการเปิดเขตการค้าเสรี ตามกรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 44 บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับหลักประกันความปลอดภัย และสวัสดิการในการทำงาน รวมทั้งหลักประกันในการดำรงชีพในระหว่างการทำงานและเมื่อพ้นภาวะการทำงาน และแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา 84 (7) คือ ส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานมีงานทำ คุ้มครองแรงงานเด็กและสตรี จัดระบบแรงงานสัมพันธ์และระบบไตรภาคีที่ผู้ทำงานมีสิทธิเลือกผู้แทนของตน จัดระบบประกันสังคม รวมทั้งคุ้มครองให้ผู้ทำงานที่มีคุณค่าอย่างเดียวกันได้รับค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการที่เป็นธรรม โดยไม่เลือกปฏิบัติ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 - 2559) ได้กำหนดยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ด้วยการพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อพัฒนาบุคลากรในทุกภาคส่วนเศรษฐกิจ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ด้านการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ คือ สร้างความสามัคคี และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศอาเซียน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการจัดตั้งประชาคมอาเซียน และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วนในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 ในส่วนนโยบายด้านแรงงาน คือ เตรียมการรองรับการเปิดการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีภายใต้ประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดยเน้นระบบบริหารจัดการเพื่อจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติ จัดระบบอำนวยความสะดวก และมาตรการกำกับดูแล ติดตามการเข้าออกของแรงงานทุกประเภท เพื่อดึงดูดแรงงานที่มีฝีมือเข้าประเทศควบคู่กับการป้องกันผลกระทบจากการเข้าประเทศของแรงงานไร้ฝีมือ
กระทรวงแรงงานมีนโยบายบริหารแรงงานตามกรอบรัฐธรรมนูญสอดคล้องตามแผนชาติและตอบสนองนโยบายรัฐบาล คือ เตรียมการรองรับการเข้าร่วมประชาคมอาเซียนในด้านแรงงานโดยมุ่งเน้นการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ พัฒนาระบบบริหารจัดการแรงงานให้เป็นมาตรฐานอาเซียน รวมทั้งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดมาตรฐานแรงงานกลางอาเซียน ซึ่งเป็นภารกิจหลักของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ในการกำกับดูแลและส่งเสริมมาตรฐานแรงงานที่ครอบคลุมถึงเรื่องสิทธิสภาพการจ้างและสภาพการทำงานตามกฎหมายและนอกเหนือกฎหมาย ตามขอบข่ายการคุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์ สวัสดิการแรงงาน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยกรม ได้มีบทบาทขับเคลื่อนความร่วมมือด้านแรงงานในกลุ่มอาเซียนมาเป็นลำดับ อาทิ การจัดประชุมคณะกรรมการบริหารเครือข่ายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอาเซียน (ASEAN - OSHNET) ครั้งที่ 5 ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถทางการศึกษา วิจัย อบรม และแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ด้านพัฒนาแรงงานสัมพันธ์และกฎหมายแรงงานในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งผลการดำเนินการที่ผ่านมาก็สะท้อนถึงการเป็นผู้นำทางความคิดของประเทศไทยในประเด็นดังกล่าว และการริเริ่มสร้างแบบอย่างที่ดี เผยแพร่ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตระหนักถึงความสำคัญที่ต้องดำเนินการให้ทุกฝ่ายมีความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ด้วยการส่งเสริมความรู้และปลูกฝังเจตคติที่ดี รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือกันพัฒนาระบบบริหารแรงงานให้มีมาตรฐานตามหลักสากลที่อยู่บนพื้นฐานของรัฐธรรมนูญสอดคล้องกับกรอบข้อตกลงของกลุ่มอาเซียน และสร้างแนวปฏิบัติของแต่ละประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเสมอภาค ดังนั้น จึงเห็นควรจัดให้มีการสัมมนาการพัฒนาระบบบริหารแรงงานในองค์กร เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้าระหว่างกลุ่มประชาคมอาเซียน ในระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2555 ณ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนจากรัฐบาล นายจ้าง และลูกจ้าง จากประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนไทยเข้าร่วมเพื่อเรียนรู้ร่วมกัน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตลอดจนกำหนดแนวปฏิบัติการบริหารแรงงานผลจากการสัมมนาจะได้ถ่ายทอดไปยังหน่วยปฏิบัติและเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ เพื่อการพัฒนาระบบบริหารแรงงานของประเทศไทย โดยคาดว่าจะเป็นผลดีต่อคุณภาพชีวิตแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญ อันนำไปสู่การเพิ่มโอกาสทางการค้าของประเทศและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์จากการเปิดเสรีเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
www.labour.go.th/aseanlabour | อ่านต่อ |
||


























