โอบามา ปฏิรูประบบคนเข้าเมืองในสหรัฐอเมริกา

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2556 กลุ่มผู้อพยพชาวสหรัฐเรียกร้องแผนปฏิรูประบบคนเข้าเมืองของประธานาธิบดีบารักโอบามา โดยกลุ่มสัญญาแอริโซนา (Promise Arizona) ได้กล่าวว่าพวกเขารวมทั้งกลุ่มผู้ลี้ภัยจากรัฐอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกาจะรวมตัวกันและเดินทางโดยรถโดยสารเป็นขบวนคาราวาน โดยเริ่มต้นเดินทางกลางเดือนกุมภาพันธ์และจะเดินทางไปถึงกรุงวอชิงตันในเดือนมีนาคม เพื่อที่จะกดดันสภาครองเกรสให้ผ่านร่างกฎหมายปฏิรูประบบคนเข้าเมือง เนื่องจากในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ครั้งล่าสุดประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้คะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งที่เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายลาตินอเมริกามากกว่าร้อยละ 70

 

ทั้งนี้ จากการที่นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนการปฏิรูประบบคนเข้าเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกาในระหว่างการปราศรัยที่โรงเรียนมัธยมปลายเดล ในนครลาสเวกัส รัฐเนวาดา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนเป็นกลุ่มชาวฮิสแปนิกซึ่งพูดภาษาสเปนถึงร้อยละ 54 โดยนายโอบามาได้เรียกร้องให้สภาครองเกรสเร่งให้ความเห็นชอบกับร่างกฎหมายปฏิรูประบบตรวจคนเข้าเมืองฉบับใหม่ และการปฏิรูปครั้งนี้ควรผ่านความเห็นชอบจากสภาภายในปี 2013 โดยเตรียมการยื่นข้อเสนอหลายประการเพื่อผลักดันให้ผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายในประเทศจำนวน 11 ล้านคน ได้รับสิทธิเป็นพลเมืองอเมริกันพร้อมกับปราบปรามธุรกิจต่างๆ ที่จ้างคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการตรวจคนเข้าเมืองตามด่านชายแดน

 

นายโอบามา กล่าวว่าเขาจะให้การสนับสนุนการปฏิรูปครั้งนี้อย่างเต็มที่และพร้อมทำงานร่วมกับฝ่ายการเมืองเพื่อให้บรรลุถึงการปฏิรูปดังกล่าว ทั้งนี้จากการที่วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันรวม 8 คนร่วมมือกันเสนอแผนปฏิรูปกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินการให้ผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายซึ่งมีจำนวนประมาณ 11 ล้านคนได้รับสัญชาติสหรัฐเร็วมากกว่าเดิม โดยวุฒิสมาชิกทั้ง 8 หวังว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาได้ภายในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนปีนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นข่าวดีเพราะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ทั้งสองพรรคพร้อมทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหานี้ และนายโอบามาได้กล่าวเพิ่มเติมว่าหากสภาคองเกรสไม่ดำเนินการ ทำเนียบขาวจะจัดทำร่างกฎหมายขึ้นเองเพื่อให้สมาชิกสภาลงมติอนุมัติ

 

รายละเอียดของข้อเสนอของนายโอบามาจะเน้น 3 เสาหลัก ได้แก่ ๑) การบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองให้เข้มงวดมากขึ้น ๒) การเปิดโอกาสให้สัญชาติแก่ผู้ลักลอบเข้าเมืองกว่า 11 ล้านคน และ 3) การปฏิรูประบบกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่เสนอโดยวุฒิสมาชิก ประกอบด้วย การอนุญาตให้ผู้อพยพที่เข้ามาในสหรัฐฯอย่างผิดกฎหมายตั้งแต่อายุยังน้อย สามารถขอเปลี่ยนสัญชาติเป็นอเมริกันได้ พร้อมทั้งให้โอกาสแก่นายจ้างชาวอเมริกันสามารถจ้างแรงงานต่างชาติในตำแหน่งที่ไม่สามารถหาชาวอเมริกันเข้ามาทำงานได้ รวมทั้งเสนอให้เพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยตามแนวพรมแดน และตรวจสอบความเคลื่อนไหวชาวต่างชาติที่เข้ามาในสหรัฐฯ ด้วยวีซ่าประเภทต่างๆ ซึ่งรวมถึงวีซานักศึกษา และวีซานักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น

 

สำหรับรายละเอียดของการให้สัญชาติจะคล้ายกับแผนของวุฒิสมาชิก คือ ผู้ลักลอบเข้าเมืองจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติ ขึ้นทะเบียนกับทางการ จ่ายค่าปรับและภาษี และจะได้รับการรับรองสถานะทางกฎหมายชั่วคราวเพื่อให้สามารถทำงานได้ในสหรัฐต่อไปได้ หลังจากนั้นต้องยื่นขออนุญาตอยู่อาศัยเป็นการถาวร ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้ได้สัญชาติ

 

นอกจากนี้สมาชิกรัฐสภากลุ่มฮิสแปนิก และกลุ่มผู้อพยพอื่นๆ เห็นด้วยกับแผนการปฏิรูประบบคนเข้าเมืองของนายโอบามา รวมทั้งเจ้าหน้าที่สมาคมแห่งชาติลาติน (The National Association of Latino Elected and Appointed Officials (NALEO)) ได้มีความเห็นเพิ่มเติมว่าแผนปฏิรูปฯ ของนายโอบามา และแผนของวุฒิสมาชิกนั้นเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับหลักการของการปฏิรูประบบคนเข้าเมืองที่สำคัญและจะนำผู้อพยพเหล่านั้นออกจากเงามืดและอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญสหรัฐต่อไป โดยที่ผู้อพยพและครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้พวกเขาไม่ได้วิจารณ์ในประเด็นเกี่ยวกับชายแดนที่ติดกับประเทศเม็กซิโกเพื่อสร้างแรงกดดันให้แก่นายจ้างที่จะไม่จ้างแรงงานอพยพที่ไม่ถูกกฎหมาย

 

สำหรับ แองเจลิกา ซาลาซ (Angelica Salas) ผู้อำนวยการของกลุ่มแนวร่วมเพื่อสิทธิมนุษยชนของผู้ลี้ภัย (the Coalition for Humane Immigrant Rights of Los Angeles (CHIRLA)) ได้ให้ความเห็นว่า คำประกาศของนายโอบามาเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ซึ่งมีหลายครอบครัวอยู่ในเงามืดดังกล่าวมาเป็นเวลานานกว่าสองทศวรรษแล้ว อย่างไรก็ตามผู้อำนวยการของกลุ่มแนวร่วมฯ ดังกล่าวได้กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มของเรารู้สึกเสียใจที่นายโอบามายังคงให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายมาเป็นลำดับแรก ซึ่งนโยบายการบังใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นของนายโอบามาเกิดขึ้นเมื่อสี่ปีที่ผ่านมาซึ่งได้ผลักดันให้ผู้อพยพเข้าเมืองจำนวนประมาณ 1.5 ล้านคนออกนอกประเทศ การปฏิรูประบบคนเข้าเมืองจะมีความก้าวหน้าถ้าการกระทำดังกล่าวมิใช่เป็นการทำให้เกิดการแบ่งแยกครอบครัวมากขึ้นซึ่งจะทำให้เกิดความล่าช้าในการได้สิทธิพลเมืองมากยิ่งขึ้น

 

อ้างอิง

1.หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556
2. http://www.thenews.com.pk/Todays-News-3-157180-US-immigrants-hail-Obama-plan,-press-for-action  Thursday, January 31, 2013 From Print Edition
3. http://gulftoday.ae/portal/4e615061-7f25-4ab3-8199-826cf0cfb305.aspx January 31, 2013

นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
1546 สายด่วนเพื่อผู้ใช้แรงงาน โทรศัพท์ 0 2245 4310-1 และ 0 2245 4313-4 อีเมล info@labour.mail.go.th
ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ support@labour.mail.go.th
© 2014 All Rights Reserved.
ipv6 ready